เสียวหมี่ ขึ้นแท่นอันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ด้วยยอดส่งมอบเครื่องถึง 46 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่งการตลาด 13.1%

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 30 ตุลาคม 2563 – เสียวหมี่ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก หลังสามบริษัทวิจัยตลาด Canalys, Counterpoint และ IDC เผยผลสำรวจตลาดสมาร์ทโฟนไตรมาส 3 ปี 2020 ได้มีการส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกสูงถึง 348.0 ล้านเครื่อง ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยอดส่งมอบกลับเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ 

Canalys ยังระบุอีกว่า ยอดส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น ยังส่งผลให้เสียวหมี่ขยับตำแหน่งขึ้นแท่นเป็นอันดับสามในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เนื่องจากเสียวหมี่ มีการส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนเพิ่ม 14.5 ล้านเครื่องไปยังตลาดในยุโรปมากขึ้นกว่าคู่แข่งในตลาด 

ขณะที่ Counterpoint เผยว่าการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาส 3 ปีนี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัว โดยมีแบรนด์เสียวหมี่ ได้ขยับขึ้นสู่อันดับ 3 ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ที่มีอัตราการเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และมีส่วนแบ่งตลาด 13% ในไตรมาสนี้

ทั้งนี้เสียวหมี่ มียอดส่งมอบเครื่องสมาร์ทโฟนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 46.2 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 ปี 2020 มีอัตราการส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 35% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกัน และปัจจัยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากชุดแคมเปญและโปรโมชั่นระหว่างการเฉลิมฉลองครบรอบปีของแบรนด์ในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้เสียวหมี่ยังได้ขยายตลาดใหม่ ๆ สู่ละตินอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เป็นต้น

ด้าน IDC ระบุว่าในไตรมาส 3 นี้ตลาดโลกได้คลายความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ลง และเสียวหมี่มียอดการส่งมอบเครื่องมากถึง 46.5 ล้านเครื่อง คว้าอันดับ 3 ทั่วโลก ด้วยส่วนแบ่ง 13.1% และเติบโต 42.0% เป็นผลมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดอินเดีย รวมถึงตลาดในประเทศจีน โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นคือ Redmi 9 Series ขายดีทั้งในอินเดียและจีน นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ อาทิ Redmi K30 Ultra สมาร์ทโฟนระดับกลางและ Mi 10 Ultra สมาร์ทโฟนไฮเอนด์โดยได้ความนิยมจากผู้บริโภคในตลาดมากขึ้น

มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการประจำเสียวหมี่ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเสียวหมี่ได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับสามในตลาดสมาร์ทโฟนของโลก ตามผลการวิจัยตลาดของทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวซึ่งเรายังคงยึดมั่นในหลักการสามประการเพื่อปฎิบัติตามวิสัยทัศน์ที่จะมอบเทคโนโลยีให้กับทุกคนบนโลกดังนี้ ประการแรกคือ เราจะไม่หยุดที่จะสำรวจและสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดให้กับทุกคน ประการที่สอง เราจะยังคงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด และประการสุดท้าย เราจะพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เราเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การแสวงหานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสามารถในการแข่งขันของเสียวหมี่เสมอ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งในราคาที่เข้าถึงได้และเป็นจริงจึงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้เสมอในทุกวงจรของเศรษฐกิจ และการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดนั้นอยู่ในวัฒนธรรมวิศวกรรมของเรา หลักการทั้งสามนี้รับประกันการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเสียวหมี่และเป็นประกาศของเราสำหรับทศวรรษหน้า”

ข้อมูลอ้างอิง*

Canalys: https://www.canalys.com/newsroom/canalys-worldwide-smartphone-market-q3-2020

IDC: https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS46974920

Counterpoint: https://www.counterpointresearch.com/global-smartphone-market-shows-signs-recovery-q3-realme-grows-fastest-132-qoq/

###

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK.) เสียวหมี่เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก

เสียวหมี่ให้ความสำคัญทั้งด้านนวัตกรรมและคุณภาพ มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดรวมไปถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเสียวหมี่ ไม่ลดละสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพในราคาที่เป็นจริงเพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนบนโลกได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

ปัจจุบัน เสียวหมี่ เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และได้สร้างแพลตฟอร์ม IoT สำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยสมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 271 ล้านผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ วางจำหน่ายมากกว่า 90 ตลาดทั่วโลก 

ในเดือนสิงหาคม 2563 เสียวหมี่ ได้รับการจัดอันดับใน “Fortune Global 500” โดยอยู่ในอันดับที่ 422 ไต่ขึ้นมา 46 อันดับจากปีที่แล้ว และบริษัทยังอยู่ในอันดับ 7 ของประเภทบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตอีกด้วย ในเดือนพฤษภาคม 2020 เสียวหมี่ก็ยังคงได้รับการจัดอันดับใน “Forbes Global 2000” อีกครั้ง โดยได้เลื่อนขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 384

เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ Hang Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index และ Hang Seng TECH Index

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ https://blog.mi.com/en/

About naruethai

Check Also

“ดิจิทัลโอเชียน” เปิดตัว “แอปแพลตฟอร์ม” ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ง่ายขึ้น

แพลตฟอร์มในรูปแบบบริการใหม่นี้จะช่วยให้นักพัฒนาแอปสามารถสร้างและบริหารจัดการแอปพลิเคชันได้ง่ายยิ่งขึ้น Platform as a Service concept with hand pressing social icons on blue world map …

การถ่ายโอนมัลติคลาวด์ จาก AWS ไปยัง Alibaba Cloud:

การถ่ายโอนข้อมูลบนระบบคลาวด์เป็นกระบวนการของการถ่ายโอนแอปพลิเคชัน, VMs, ฐานข้อมูลทั้งแบบสาธารณะ,แบบส่วนตัว หรือแบบที่ตั้งไปยังระบบคลาวด์ การถ่ายโอนข้อมูลของคุณจากคลาวด์หนึ่งไปยังคลาวด์เจ้าอื่นๆ บางครั้งอาจส่งผลต่อการทำงานด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก ตัวอย่างเช่น AWS Cloud ให้บริการซึ่งนำไปสู่การใช้งานและการเรียกเก็บเงินที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดในที่นี่ คือ การถ่ายโอนมายัง Alibaba Cloud