เทนเซ็นต์ คลาวด์ ส่งแพคเกจ “Free Credit” เจาะกลุ่มสตาร์ทอัพ-เอสเอ็มอีไทย มอบ Tencent Cloud Credit ฟรี 1,000 เหรียญสหรัฐฯ

พร้อมสิทธิ์ใช้งานผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มบนคลาวด์แพลตฟอร์มของเทนเซ็นต์ต่อเนื่อง 6 เดือน*

29 กันยายน 2563 กรุงเทพฯ – เทนเซ็นต์คลาวด์กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ผู้นำบริการด้านอินเตอร์เน็ตของโลกเดินเกมรุกตลาดคลาวด์รับเทรนด์ธุรกิจยุค New Normal ส่งแพคเกจ “Free Credit” เจาะลูกค้ากลุ่มสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการรายย่อย (SME) มอบเครดิตเพื่อใช้บริการเทนเซ็นต์คลาวด์ (Tencent Cloud Credit) มูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 30,000 บาท) ฟรีสำหรับทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆบนคลาวด์แพลตฟอร์มอัจฉริยะของเทนเซ็นต์แบบครบวงจรครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์พร้อมให้สิทธิ์ลูกค้าสามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มได้ฟรีติดต่อกันนานถึง 6 เดือน* ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ Tencent.co.th ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน 2563 นี้

เครดิตที่เปิดให้ทดลองใช้งานเทนเซ็นต์ คลาวด์ได้ฟรีนี้ สามารถทดลองใช้ได้กับทั้งผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ บนคลาวด์แพลตฟอร์มอัจฉริยะของเทนเซ็นต์ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ Computing & Network, Storage & CDN, Big Data & AI, Mobile services & Messaging, Database, Video services, Cloud monitoring & Management, Security services และ Domain services รวมไปถึงบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน (IaaS) บริการด้านแพลตฟอร์ม (PaaS) บริการด้านซอฟต์แวร์ (SaaS)

มร. ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัทเทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัดกล่าวว่า “เหตุการณ์โรคระบาดที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวรับ New Normal และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ต้องหันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์เพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจให้รุดหน้า และแข่งขันในตลาดได้ เทนเซ็นต์ คลาวด์ ในฐานะผู้ให้บริการ ระบบปฏิบัติการคลาวด์ระดับเวิล์ดคลาส จึงต้องการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจในไทยโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอีซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสามารถก้าวสู่ยุค New Normal ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเราหวังว่าแพคเกจ ‘Free Credit’ นี้จะเป็นช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจในประเทศสามารถเริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านได้” 

ข้อมูลจาก Gartner Market Databook 2Q20 Update โดยการ์ทเนอร์ได้คาดการณ์ว่า ตลาดบริการระบบคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) ทั่วโลกปีนี้จะเติบโตขึ้นร้อยละ 6.3 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.579 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 2.427 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เช่นเดียวกับในประเทศไทยที่การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายระบบคลาวด์สาธารณะในปี 2563 นี้จะเติบโตขึ้นร้อยละ 17.7 โดยมีมูลค่าทะลุ 1.83 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25.2 ซึ่งมีมูลค่าราว 2.29 หมื่นล้านบาทในปี 2564 จากการที่บริษัทต่างๆ หันมาใช้บริการคลาวด์กันมากขึ้นเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างสะดวก และราบรื่นในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด 

สำหรับบริการ Tencent Cloud ที่เหมาะกับโจทย์การทำธุรกิจของลูกค้ากลุ่มสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอี ได้แก่ 

  • Tencent Kubernetes Engine (TKE) คือ แพลตฟอร์มฟรีเพื่อการบริหารจัดการคอนเทนเนอร์มีประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานร่วมกับคูเบอร์เนทีส และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ TKE ช่วยให้ลูกค้าของ เทนเซ็นต์ คลาวด์ สามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพได้เมื่อต้องบริหารจัดการกลุ่มคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่
  • Tencent Cloud Storage คือ บริการพื้นที่บนคลาวด์ที่ปลอดภัย มีขนาดใหญ่ สะดวกสบาย มีความหน่วงต่ำ และต้นทุนต่ำ ซึ่งสามารถผสานตัวเข้ากับธุรกิจของคุณได้อย่างราบรื่นไร้การสะดุด
  • Tencent Database (TencentDB) เป็นบริการโฮสติ้งฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูง ให้ความไว้วางใจได้สูง และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยให้สร้าง และใช้ฐานข้อมูลบนคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย
  • Tencent AI และ Big Data
    • Tencent Cloud Optical Character Recognition (OCR) ให้บริการแปลงภาพตัวอักษรทั้งตัวพิมพ์ และลายมือให้เป็นข้อความเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการ์ด ใบรับรอง และเอกสารต่างๆ และรองรับเทมเพลทที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้อนข้อมูล และลดต้นทุนการใช้งาน ลงด้วย
    • Tencent Cloud FaceID เป็นชุดบริการจดจำใบหน้าที่ให้คุณสมบัติต่างๆ มากมายในการพิสูจน์ตัวตน อาทิ การตรวจสอบว่าเป็นบุคคลจริง (Liveness Detection) และการเปรียบเทียบใบหน้า
      แบบ 1 ต่อ 1 (1:1 Face Comparison) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่จำเป็นในธุรกิจต่างๆ เช่น การเงินและการประกันภัย เป็นต้น 

“ด้วยจุดแข็งของเทนเซ็นต์ที่สามารถนำเสนอโซลูชันระบบคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่น ครอบคลุมความต้องการอันหลากหลายของแต่ละธุรกิจใน 25 พื้นที่ทั่วโลกด้วยเครือข่ายที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง ทั้งยังมีระบบการชำระค่าบริการตามการใช้งานจริงที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก รวมถึงการมีทีมสนับสนุนในประเทศไทยที่สามารถให้บริการ และคำปรึกษากับลูกค้าคนไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในประเทศ อีกทั้งการมีศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อให้การถ่ายโอนข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอีไทย ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานคลาวด์แพลตฟอร์มอัจฉริยะให้กับภาคธุรกิจของไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ” มร. ชางกล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครขอรับสิทธิ์ใช้งานได้ที่ Tencent.co.th โดยเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 นี้ หลังจากลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ จะได้รับ Tencent Cloud Credit มูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐฯ โอนเข้าในบัญชีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้ทันที 

*หมายเหตุ: Tencent Cloud Credit จะมีอายุการใช้งาน 6 เดือนหากครบอายุแล้วยังมีเครดิตคงค้างเครดิตจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

###

เกี่ยวกับเทนเซ็นต์ (ประเทศไทย

บริษัทเทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้นำด้านการเป็นให้บริการแพล็ตฟอร์มและเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย ครอบคลุมทั้งข่าวสาร-เพลง-หนัง/ซีรีส์-เกม รวมถึงให้บริการและโซลูชั่นเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านสังคมไทยสู่สังคมดิจิทัล และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่สมบูรณ์ มีบริการครอบคลุมทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ 

  1. แพลตฟอร์มด้านเนื้อหา (News & Portal) อย่างเว็บไซต์สนุก (Sanook) แหล่งรวมเนื้อหาข่าวสารเพื่อทุกคน 
  2. แพลตฟอร์มความบันเทิงและมัลติมีเดีย (Entertainment & Multimedia) อย่าง JOOX, WeTV และ Tencent Games
  3. บริการ (Services) ได้แก่ เทนเซ็นต์ คลาวด์ (Tencent Cloud) บริการด้านคลาวด์เทคโนโลยี ที่รองรับความต้องการของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนพร้อมศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ในเมืองไทย รวมถึง TSA (Tencent Social Ads) ซึ่งเป็นเครือข่ายโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ของเทนเซ็นต์ และTopspace ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลเอเจนซี่ครบวงจร

About naruethai

Check Also

เซลส์ฟอร์ซ อัพฟีเจอร์ Work.com เสริมประสิทธิภาพให้คนทำงานยุค New Normal

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เซลส์ฟอร์ซ [NYSE: CRM] ผู้นำด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ระดับโลก ขยายบริการ Work.com โดยเพิ่มเครื่องมือเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานบริษัท ตอบรับการทำงานในยุค New Normal ให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

“ดิจิทัลโอเชียน” เปิดตัว “แอปแพลตฟอร์ม” ช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ง่ายขึ้น

แพลตฟอร์มในรูปแบบบริการใหม่นี้จะช่วยให้นักพัฒนาแอปสามารถสร้างและบริหารจัดการแอปพลิเคชันได้ง่ายยิ่งขึ้น Platform as a Service concept with hand pressing social icons on blue world map …