AWS เปิดตัว การแข่งขัน AWS DeepRacer Women’s League เป็นครั้งแรกของโลกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่งเสริมให้นักศึกษาหญิงนับหลายร้อยคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พัฒนาทักษะด้านแมชชีนเลิร์นนิ่งมุ่งส่งเสริมความหลากหลายในภาคเทคโนโลยี

อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส อิงค์ (AWS) บริษัทในเครือ Amazon.com เปิดตัวการแข่งขัน AWS DeepRacer Women’s League เป็นครั้งแรกของโลก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นการแข่งขันที่ใช้รถยนต์ย่อส่วนที่ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ และฝึกฝนการขับเคลื่อนโดยใช้ RL (reinforcement learning) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมในเทคโนโลยี โดยพัฒนาทักษะด้านแมชชีน เลิร์นนิ่ง การแข่งขันแบบเวอร์ชวลนี้เปิดรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ไม่เคยรู้เรื่อง ML มาก่อน หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นครั้งแรกก็ตาม

ทำให้แมชชีน เลิร์นนิ่ง เป็นการเรียนรู้ที่ง่ายและสนุกสนาน

การแข่งขัน AWS DeepRacer Women’s League นี้ จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาหญิงจากสถาบันอาชีวศึกษา โปลีเทคนิค และมหาวิทยาลัยได้ค้นคว้าแนวทางใหม่ในการใช้ ML ในการฝึกอบรม และแข่งขันในการนำยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ AWS DeepRacer ไปตามเส้นทางจำลอง ซึ่งยานยนต์ AWS DeepRacer เป็นรถแข่งที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ในขนาดย่อส่วน 1/18 ทำงานบนระบบคลาวด์ สร้างขึ้นโดยใช้ Amazon Sagemaker และขับเคลื่อนด้วย RL ซึ่งเป็นเทคนิคด้านแมชชีน เลิร์นนิ่งที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะสามารถเข้าถึง AWS Educate ซึ่งเป็นโปรแกรมระดับโลกของอะเมซอนที่มอบทรัพยากรที่ครบวงจรให้แก่นักศึกษาและผู้สอน เพื่อสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีคลาวด์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้เข้าร่วมสามารถสมัครด้วยตัวเองได้ที่ AWS Educate’s Machine Learning Pathway เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ AI, ML และ deep learning พร้อมทั้งค้นหาว่าจะใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลภาษา (natural language processing) รถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เอง เหมืองข้อมูลที่ล้ำหน้า (enhanced data mining) รวมถึงวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์

“ที่ AWS เราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างทีมงานที่มีความหลายหลาย มีความสามารถพิเศษหลากหลายเพื่อช่วยให้องค์กรคิดค้นนวัตกรรม เติบโตและสร้างความก้าวหน้า”ตันลีชิว กรรมการผู้จัดการประจำภาคพื้นอาเซียน Worldwide Public Sector อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเซสกล่าว “การจัดการแข่งขัน AWS DeepRacer League สำหรับผู้หญิง เป็นงานแรกสุดในโลก และจัดขึ้นในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราได้นำเสนอโอกาสให้กับนักศึกษาหญิงในการเรียนรู้ทักษะใหม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของคลาวด์ โดยช่วยให้ผู้หญิงสร้างทักษะที่จำเป็นที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และพร้อมสำหรับอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

การแข่งขันใน 5 เมือง

การแข่งขันแบบเวอร์ชวล ของ AWS DeepRacer Women’s League จะมีการเปิดตัวในประเทศไทยในวันที่ 1 สิงหาคม ตามด้วยประเทศมาเลเซียในวันที่ 8 สิงหาคม และ อินโดนีเซียวันที่ 15 สิงหาคม ฟิลิปปินส์ วันที่ 22 สิงหาคม และสิงคโปร์ วันที่ 29 สิงหาคม โดยผู้หญิง 5 คนที่ทำเวลาเร็วที่สุดในการแข่งขัน แต่ละคนจะได้รับ AWS promotional credits คิดเป็นมูลค่า 300 เหรียญสหรัฐ และ 3 รายแรกที่แข่งเสร็จก่อน จะได้รับถ้วยรางวัลกลับบ้าน โดยผู้ชนะเลิศ 3 รายสำหรับแต่ละประเทศจะได้เข้าสู่รอบไฟนอล เพื่อจะไปแข่งขันกับผู้ชนะเลิศจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งการแข่งขันรอบ grand finale จะจัดในเดือนกันยายน และของรางวัล ได้แก่ AWS promotional credit มูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐ สำหรับแต่ละท่าน รวมถึงจอมอนิเตอร์ระดับไฮ-เอนด์ และถ้วยรางวัล สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://buildonasean.com/awsdeepracer/

AWS DeepRacer Women’s League 2020-ASEAN เป็นส่วนหนึ่งของ AWS’s Build On ซึ่งเป็นงาน ASEAN 2020 hackathon ที่เปิดให้นักศึกษาที่จบจากสถาบันอาชีวศึกษา โปลีเทคนิค และมหาวิทยาลัย เข้าร่วมในการแก้ปัญหา เช่น เรื่องโรคระบาด มลพิษ การจราจรแออัด และการเตือนอุทกภัย โดยใช้ AWS promotional credits จากโปรแกรม AWS Educate

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS DeepRacer Women’s League 2020 หรือ Build On, ASEAN 2020 สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://buildonasean.com.

###

เกี่ยวกับ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

เป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว ที่ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิส ถือเป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์และมีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในโลก เนื่องจาก AWS มอบกว่า 175 บริการที่ให้คุณลักษณะการทำงานที่สมบูรณ์ที่สุด สำหรับการประมวลผล สตอเรจ ฐานข้อมูล การเชื่อมต่อเครือข่าย การวิเคราะห์ แมชชีน เลิร์นนิ่ง และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) โมบาย การรักษาความปลอดภัย ระบบไฮบริด เทคโนโลยี VR (virtual) และ AR (augmented reality) มีเดีย และการพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยมีการนำมาใช้งาน และบริหารจัดการ จาก 77 Availability Zones (AZs) ใน 24 ภูมิภาค (geographic regions)  พร้อมประกาศแผนสำหรับเปิด  Availability Zones (AZs) ใหม่มากกว่า 9 แห่ง และ AWS Regions เพิ่มขึ้น 3 แห่งใน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และสเปน ทั้งนี้ บริการของ AWS ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกในการนำไปใช้งานอย่างจริงจังนับหลายล้านรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรดาองค์กรสตาร์ทอัพ องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ และหน่วยงานรัฐบาลชั้นนำ เพื่อเพิ่มขุมพลังให้กับระบบโครงสร้างพื้นฐาน ให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น และช่วยลดค่าใช้จ่าย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://aws.amazon.com

เกี่ยวกับอะเมซอน

อะเมซอน ยึดหลักการสำคัญ 4 ประการในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ใส่ใจในลูกค้ามากกว่ามุ่งเน้นที่คู่แข่ง หลงใหลในเรื่องของการสร้างนวัตกรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และคิดยาวไกล โดยลูกค้าให้การรีวิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การช้อปปิ้งได้ภายใน 1 คลิก, ให้คำแนะนำที่ตรงต่อความต้องการส่วนตัว, Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, แท็ปเล็ต Fire, Fire TV, Amazon Echo และ Alexa เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์และการบริการที่คิดค้นโดย Amazon รายละเอียดเพิ่มเติม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.amazon.com/about และติดตามได้ที่ @AmazonNews

About naruethai

Check Also

LINE Scaleup เปิดแบช 2 ชวนสตาร์ทอัพไทย ร่วมพัฒนาฝ่าวิกฤต ส่งโปรไฟล์และแผนธุรกิจ เข้าร่วมพิชเป็นสตาร์ทอัพ พร้อมรับการผลักดันบนเส้นทางสู่ยูนิคอร์น

กรุงเทพฯ — LINE ประเทศไทย ประกาศเดินหน้าโครงการ LINE ScaleUp 2020 โปรแกรมต่อยอดความสำเร็จสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก มีเป้าหมายสูงสุดเพื่อยกระดับศักยภาพสตาร์ทอัพไทยด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีจาก LINE พร้อมโอกาสให้ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยปีนี้ขอเชิญชวนสตาร์ทอัพสัญชาติไทยระดับซีรีส์ A ขึ้นไป …

ไอบีเอ็มเปิดโครงการ Call for Code Global Challenge ร่วมรับมือประเด็นปัญหาสำคัญของโลก รวมถึงสถานการณ์ COVID-19

กรุงเทพฯประเทศไทย – ไอบีเอ็มเปิดโครงการ Call for Code Global Challenge ประจำปี 2563 พร้อมประกาศขยายขอบเขตให้ครอบคลุมประเด็นเรื่อง COVID-19 ที่ทั่วโลกกำลังหวั่นกลัวตอนนี้ โดยเพิ่มเติมจากประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทั้งสองประเด็นล้วนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ …