หัวเว่ยผสานเทคโนโลยี เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก

เซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน, 6 ตุลาคม 2563 – หัวเว่ยเปิดเผยการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม ณ งานประชุมสุดยอด HUAWEI CONNECT 2020 ที่ผ่านมา โดยหวังให้เกิดอีโคซิสเต็ม
ที่แข็งแกร่งและโซลูชันสำหรับใช้งานเฉพาะในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อสังคมอัจฉริยะในอนาคตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

กระบวนทัศน์ใหม่นี้ประกอบด้วยอีโคซิสเต็มดิจิทัลที่สร้างและแบ่งปันมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยการทำงานผสานกันผ่านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ เทคโนโลยีประมวลผลคอมพิวเตอร์ Cloud ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแอปพลิเคชันต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม

นายเจย์ เฉิน (Jay Chen) รองประธานหัวเว่ยเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ในปี 2020 เมื่อโครงข่าย 5G แพร่หลายทั่วโลก เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ คลาวด์ AI เทคโนโลยีประมวลผลคอมพิวเตอร์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ของภาคอุตสาหกรรมล้วนผสานกันและสร้างโอกาสนานัปการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ให้กับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การผสาน 5 ขอบข่ายเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การเงิน หรือพลังงาน และสร้างมูลค่าใหม่ให้กับภูมิภาคของเรา”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากเอกสาร IDC Worldwide Semiannual Digital Transformation Spending Guide ระบุว่าในปี 2562 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใช้จ่ายงบประมาณไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลมากกว่า 380,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีแบบสะสม (CAGR) ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2565 จะอยู่ที่ 17.4%

“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก อีกทั้ง 60% ของประชากรโลกและ 50% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกอยู่ในภูมิภาคนี้ ภูมิภาคของเราไม่เพียงเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลของโลก แต่ยังมีโอกาสมหาศาลที่จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดด้วยการผสานเทคโนโลยีสำคัญใหม่ๆ เหล่านี้เข้าด้วยกัน” นายเจย์ เฉินกล่าว

หัวเว่ยตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และยังคงเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายโครงการดังต่อไปนี้

ภายในงาน Asia Pacific Ascend Ecosystem Online Forum หัวเว่ยได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ APAC Ascend Partner Program ที่มีเป้าหมายในการสร้างอีโคซิสเต็มของ AI ที่พร้อมทั้งนวัตกรรมและมีความยั่งยืน โครงการดังกล่าวเข้าถึงพาร์ทเนอร์ด้านซอฟต์แวร์ (ISV) มากกว่า 100 ราย รวมถึงการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือถึง 27 ครั้ง กับสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคด้วยเช่นกัน

จากโครงการ Spark ที่จัดขึ้นเพื่อบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ได้ต่อยอดเป็นโครงการ Brilliant Plan ที่เชื่อมต่อบริษัทอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมระดับโลกเข้ากับศูนย์ 5G Ecosystem Innovation Center เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้เทคโนโลยี 5G ในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้น หัวเว่ยยังสร้างโครงข่ายเพื่อสนับสนุนอีโคซิสเต็ม 5G จาก
5 ขอบข่ายเทคโนโลยีหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอีกด้วย

ด้านการแก้ไขปัญหาภาคแรงงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หัวเว่ยได้ริเริ่มหลายโครงการ อาทิ การจัดตั้ง HUAWEI ASEAN Academy ในประเทศมาเลเซีย และ AI Academy ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อให้บริการด้านการศึกษาและบ่มเพาะบุคลากรด้านไอซีที โดยในปัจจุบันหัวเว่ยมีศูนย์การเรียนรู้กว่า 103 แห่งในภูมิภาค ซึ่งนายเจย์ เฉิน ได้เผยถึงเป้าหมายการพัฒนาบ่มเพาะบุคลากรไอซีทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคให้ได้อย่างน้อย 200,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปีผ่านโครงการฝึกอบรมเหล่านี้ของหัวเว่ย 

“หัวเว่ยเชื่อว่าการทำงานร่วมกันระหว่างขอบข่ายเทคโนโลยีสำคัญทั้ง 5 ไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาสสำหรับหัวเว่ย แต่ที่สำคัญคือเป็นการกระจายโอกาสสู่ทุกภาคส่วน เราหวังที่จะเติบโตไปพร้อม ๆ กับพาร์ทเนอร์ และทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากมูลค่าใหม่นี้” นายเจย์ เฉิน กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับHUAWEI CONNECT สามารถค้นหาได้ที่ https://www.huawei.com/en/events/huaweiconnect2020/

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 5 ขอบข่ายเทคโนโลยีสำคัญ สามารถค้นหาได้ที่ https://www.huawei.com/en/news/2020/9/guoping-huawei-connect-2020-shanghai

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Intelligent Twins สามารถค้นหาได้ที่ https://www.huawei.com/en/news/2020/9/huawei-intelligent-partners-all-scenario-intelligence

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย  

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงาร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 194,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด    

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com   

ติดตามเราได้ที่  

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/HuaweiTechTH

http://www.youtube.com/Huawei

About naruethai

Check Also

บทบาทของ Fintech ที่มีส่วนช่วยสร้างระบบการเงินโลกที่ยั่งยืน

การแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัส โควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการเงินและกระตุ้นให้เกิดการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนกลายเป็นกระแสใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 15% ในปีนี้เพียงปีเดียว เนื่องจากผู้บริโภคมองหาโซลูชันการชำระเงินที่รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีฟินเทค (fintech) จึงมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการเงินระดับโลกที่มุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ดีลอยท์ เผยรายงานแนวโน้ม “ดิจิทัลไลฟ์” ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการประชุม INCLUSION Fintech จัดโดยแอนท์ กรุ๊ป

ครั้งแรกกับผลการศึกษาดัชนีดิจิทัลไลฟ์ของเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพ, 26 ตุลาคม 2563 – ดีลอยท์ (Deloitte) เปิดเผยรายงาน “คลื่นลูกใหม่” แนวโน้มดิจิทัลไลฟ์ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ <“The Next Wave” …