สภาวะการเรียนรู้ที่ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพในประเทศไทยกับ ระบบการศึกษาแบบบูรณาการทางเทคโนโลยี

ผู้ปฏิบัติงานด้านอุตสาหกรรมและผู้ให้การสนับสนุนได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการศึกษาในอนาคต ที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีในการสัมมนาผ่านเว็บไซต์ของ Tencent

กรุงเทพ วันที่ 28 กันยายน 2563 – จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เผยให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญทางเทคโนโลยี ที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของการศึกษาขึ้น โดยที่ Tencent ได้ก้าวเข้าสู่การสนทนาการสัมมนาผ่านเว็บไซต์นี้ ในหัวข้อ การศึกษาในสภาพความเป็นจริงแนวใหม่ การสัมมนาผ่านเว็บไซต์ได้เปิดขึ้นพร้อมกับทัศนะในองค์รวมของโซลูชันทางเทคโนโลยี เช่น ระบบคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ ก่อนที่จะทำการสรุปถึงโซลูชันที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อช่วยให้นักการศึกษาทั่วโลกสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางของวิถีการเรียนรู้แบบใหม่ การโต้ตอบ และการเรียนการสอน

โรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 13 ล้านคน และคุณครูเกือบ 600,000 คน ในประเทศไทย เมื่อโรงเรียนต้องปิดทำการลงจนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 โดยขณะที่โรงเรียนต้องปิดทำการลงท่ามกลางการแพร่ระบาดนั้น ทำให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในวงกว้างได้อย่างชัดเจน พบว่าความจำเป็นของเครื่องมือและโปรแกรมเพื่อการศึกษาที่เหมาะสมนั้น จะช่วยเสริมสร้างความรู้ให้กับนักการศึกษาได้ ซึ่งความท้าทายบางอย่างเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยโซลูชันทางเทคโนโลยี 

จากการพูดคุยกับผู้เข้าร่วมสัมมนาจากองค์กรอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา คุณกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการของ Tencent Thailand ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยได้นำเอาความคิดริเริ่มใหม่มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการศึกษาทางไกลท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการผสานเข้ากับโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ การเรียนรู้ของเครื่อง และปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพในการศึกษาทางออนไลน์ได้ การกำหนดนิยามใหม่ของการเรียนการสอนให้ตรงกับความคาดหวังในอนาคตในรูปแบบของความปกติใหม่ ซึ่งถูกทำให้เกิดขึ้นโดยโรคโควิด-19

เขายังได้กล่าวเสริมอีกว่า: “โซลูชันเหล่านี้ เช่น Tencent Cloud เพื่อการศึกษา ช่วยเชื่อมโยงนักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครูให้มีส่วนร่วมกันมากขึ้นในช่วงที่โรงเรียนปิดทำการ นอกจากนี้ เทคโนโลยียังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่การฝึกอบรมและสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นปัจจุบันได้มากขึ้น โซลูชันเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเรียนการสอนในชั้นเรียน ที่ช่วยให้การศึกษาอย่างมีคุณภาพแก่ทุกคน”

การทำให้การศึกษาเป็นแบบดิจิทัลนั้นจะกลายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแพร่ระบาดของโรคได้ทำให้วิธีการสื่อสาร การทำงาน และการเรียนรู้ของเราเปลี่ยนแปลงไป ตลอดการสัมมนาผ่านเว็บไซต์นั้น ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้กล่าวถึงความจำเป็นของการใช้ประโยชน์จากการใช้โครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน และการใช้โซลูชันทางเทคโนโลยีเพื่อเสริมการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบออฟไลน์ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การศึกษาในหลากหลายมิติ 

“ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐศาสตร์ด้านความรู้ เหล่าองค์กรอุตสาหกรรมและนายจ้างจำเป็นจะต้องใช้แรงงานที่มีทักษะสูงในด้าน ICT ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ เช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ วิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ เพราะเหตุนี้ ระบบการศึกษา รวมถึงคุณครู ผู้บริหารและพนักงานต่าง ๆ ของประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน โดยการแก้ไขปรับปรุงหลักสูตร ปรับใช้การจัดการด้านเทคโนโลยีแบบใหม่ Ms. Bingran Zeng เจ้าหน้าที่โครงการ UNESCO-ICHEI สำนักงานโครงการเอเชียแปซิฟิกกล่าวระหว่างการสัมมนาผ่านเว็บไซต์ “ในบางมุม การแพร่ระบาดของโรคได้กำลังเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในการปฏิรูประบบการศึกษาของประเทศไทย”

คุณฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของf SkillLane ในฐานะผู้เข้าร่วมสัมมนารับเชิญ ได้สะท้อนความคิดในแนวเดียวกันว่า “การแพร่ระบาดของโรคได้เน้นให้คิดถึงความจำเป็นในการปฏิรูปในภาคส่วนการศึกษา โดยที่แผนฟื้นฟูสำหรับการศึกษานั้น ไม่ใช่แผนที่เหมาะสำหรับทุกคน และเราจะเห็นสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ปรับใช้บทเรียนแบบต่อตัวผู้เรียน และแบบออนไลน์ ซึ่งเราจะได้เห็นโปรแกรมการเรียนรู้แบบออนไลน์ที่รวมเอาโซลูชันเทคโนโลยีที่สามารถปรับแต่งได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้การศึกษาที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสูง เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

การเรียนรู้แบบไฮบริด

การศึกษาที่ผสานรูปแบบการเรียนรู้ด้วยโซลูชัน ICT ทำให้การเรียนการสอนถูกย้ายฐานไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์ ประสานช่องว่างของการเรียนรู้ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรค นอกเหนือไปจากความมั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องของบทเรียนแล้ว โซลูชันเหล่านี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณครูและนักเรียนในการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ ในขณะเดียวกันที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ สำรวจ และมีความสร้างสรรค์ในระยะยาว 

“ICT จะยังผลถึงให้ได้รับโอกาสอย่างมากมาย และเปิดโอกาสให้กับการเรียนรู้ใหม่ ๆ ทั้งภายในและภายนอกของระบบการศึกษาและการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ โดยไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีในการทดแทนการศึกษาแบบออฟไลน์เท่านั้น แต่เมื่อระบบระบบโรงเรียนเปิดทำการขึ้นอีกครั้ง เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยสร้างสมดุลให้กับหน่วยงานกำกับดูแล และสถาบันการศึกษา ระหว่างความจำเป็นในการจัดการเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัย ในขณะที่ช่วยให้นักเรียนสามารถเจาะลึกเข้าถึงสภาพการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น” Mr. Jingwei Sun ผู้จัดการอาวุโสของTencent กล่าว 

โดยที่เงื่อนไขอาจแตกต่างกันไปในระหว่างระบบของโรงเรียน เนื่องจากโซลูชันดังกล่าวควรได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันไป สำหรับกลุ่มนักเรียนและรูปแบบของการสอน เทคโนโลยี เช่น โซลูชันระบบคลาวด์ โดยทำหน้าที่เป็นโซลูชันที่ครอบคลุม และมีราคาย่อมเยาสำหรับสภาวะของการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้สถาบันการศึกษานั้น ๆ สามารถสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้ในคราวเดียวกัน 

ระหว่างการสัมมนาผ่านเว็บไซต์ Mr.Jingwai ได้แสดงให้เห็นการทำงานของโซลูชัน Tencent Cloud สำหรับการศึกษา เพื่อรองรับการเรียนการสอนในสภาวะต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ช่วยการสอนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้คุณครูระบุได้ถึงช่องว่างระหว่างความก้าวหน้าของนักเรียน และออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้รับการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น 

“Tencent Cloud เสนอการให้บริการและโซลูชันอย่างเป็นระบบ สำหรับการจัดการการเรียนการสอน และสถานการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น โซลูชัน Tencent Cloud สำหรับการศึกษาสามารถรองรับห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classrooms) ที่ซึ่งคุณครูสามารถใช้กระดานข้อความและการแชท การประชุมผ่านเว็บไซต์ การประชุมผ่านวิดีโอ สตรีมสด เพื่อให้นักเรียนจากระยะไกลสามารถทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ Mr. Jingwei กล่าว “ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรของเรา เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้เกิดการตระหนักรู้ถึงระบบการศึกษาที่ชาญฉลาด ให้เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนการปฏิรูป และเพิ่มประสิทธิภาพในภาคส่วนการศึกษา”

นักเรียนมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ได้กลับเข้าเรียนในชั้นเรียนผ่านทางโซลูชัน Tencent และ WeCom เมื่อโรงเรียนเปิดทำการอีกครั้ง Tencent มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนรัฐบาล หน่วยงานธุรกิจ และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในวาระของการปฏิรูปในภาคส่วนการศึกษานี้อย่างต่อเนื่อง

ก้าวไปข้างหน้า

สถาบันการศึกษาต่าง ๆ สามารถเริ่มระบุถึงความจำเป็นและขีดความสามารถที่จะเริ่มต้นแผนการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความพร้อมของการศึกษาที่ดีกว่าหลังการแพร่ระบาดของโรค และเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคตอีกด้วย 

Mr. Hassan Adeel Shehzad ผู้เชี่ยวชาญโครงการของ UNESCO-ICHEI ตั้งข้อสังเกตว่าการแพร่ระบาดของโรคนั้น ไม่เพียงแต่จะเร่งการพัฒนาการเรียนการสอนทางออนไลน์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้โลกเห็นถึงความเป็นไปได้ที่หลากหลายของวิธีการใช้งานจากเทคโนโลยี เพื่อให้เข้าถึงผู้เรียนในวงกว้าง ครอบคลุมพรมแดนสากล สถานะทางเศรษฐกิจและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เขายังเสริมอีกว่า “คุณครูเองก็ยังตระหนักรู้ถึงพลังของเครื่องมือ ICT ในการตรวจสอบและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน และผสานรวมเครื่องมือ ICT เข้ากับการออกแบบกิจกรรมของการเรียนรู้ การศึกษาออนไลน์จะยังไม่ไปไหน และจะค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรทัดฐานการเรียนรู้ในที่สุด”

“กลยุทธ์และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม จะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสวัสดิการสังคมของเรา โดยเฉพาะในเวลาที่เราฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรค ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการชั้นนำทางเทคโนโลยีบนอินเตอร์เน็ต Tencent มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการรับผิดชอบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก และมีความมุ่งมั่นเพื่อการจัดลำดับความสำคัญต่อความจำเป็นของผู้ใช้ โดยการลงทุนในด้านบุคลากรที่มีความสามารถและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะช่วยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจในวิสัยทัศน์ของบริษัท ในการสร้างสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้ใช้ สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า” คุณกฤตธีกล่าวปิดท้าย

###

เกี่ยวกับ Tencent

Tencent ได้ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มคุณค่าชีวิตให้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ผลิตภัณฑ์ด้านสื่อสังคม Weixin และ QQ ของเราเชื่อมโยงกับผู้ใช้เข้ากับหมวดหมู่เนื้อหาดิจิทัลที่หลากหลาย รวมถึงเกม วิดีโอ เพลง และหนังสือต่าง ๆ เทคโนโลยีการมุ่งเป้าหมายที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเข้าถึงผู้บริโภคนับร้อยล้านคนในประเทศจีน โครงสร้างพื้นฐานของเรา Fintect และการให้บริการทางธุรกิจ รวมถึงการชำระเงิน การรักษาความปลอดภัย ระบบคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ สร้างข้อเสนอที่แตกต่างกันเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และช่วยในการอัปเกรดดิจิทัลให้แก่พันธมิตรของเรา Tencent ได้ทำการลงทุนในบุคลากรและนวัตกรรมอย่างมากมาย เพื่อช่วยให้เราได้พัฒนาไปกับอินเตอร์เน็ต Tencent ก่อตั้งขึ้น ณ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2541 หุ้นของ Tencent (00700.HK) มีการซื้อขายหุ้นในกระดานหุ้นหลักของตลาดหุ้นฮ่องกง

เกี่ยวกับ Tencent Thailand

Tencent (Thailand) Co., Ltd. เป็นผู้นำด้านการให้บริการแพลตฟอร์มและเนื้อหาทางเทคโนโลยีบนอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยให้บริการครอบคลุมเกี่ยวกับข่าวสาร เพลง ภาพยนตร์/ซีรีส์ และเกมต่าง ๆ ทั้งบริษัทยังให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีในระดับโลก เพื่อรองรับการปฏิรูปด้านดิจิทัลของประเทศไทย และตั้งเป้าที่จะสร้างระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ทางธุรกิจ ปัจจุบัน Tencent Thailand ดำเนินธุรกิจหลักสามธุรกิจ ได้แก่: 

  1. ข่าวสารและพอร์ทัล: เว็บพอร์ทัล Sanook
  2. บันเทิงและมัลติมีเดีย: JOOX, WeTV และ Tencent Games
  3. การให้บริการ: Tencent Cloud ซึ่งให้บริการเป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคส่วนราชการและภาคส่วนเอกชน และโซลูชันทางการตลาดของ Tencent ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Tencent และ Topspace ในฐานะหน่วยงานดิจิทัลแบบครบวงจร

เกี่ยวกับ UNESCO-ICHEI

ตั้งอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน  UNESCO International Centre for Higher Education Innovation (UNESCO-IHEI) – ภาคส่วนการศึกษาที่ 10 ของ UNESCO Category II Centre สำหรับการศึกษาระดับสูงในประเทศจีน – ได้ใช้และส่งเสริมศักยภาพ แนวโน้มและการปฏิบัติงานด้าน ICT เพื่อกำหนดรูปแบบ และคุณภาพของการศึกษาในการเรียนการสอนในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกาให้สูงยิ่งขึ้น

About naruethai

Check Also

บทบาทของ Fintech ที่มีส่วนช่วยสร้างระบบการเงินโลกที่ยั่งยืน

การแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัส โควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการเงินและกระตุ้นให้เกิดการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนกลายเป็นกระแสใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 15% ในปีนี้เพียงปีเดียว เนื่องจากผู้บริโภคมองหาโซลูชันการชำระเงินที่รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีฟินเทค (fintech) จึงมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการเงินระดับโลกที่มุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ดีลอยท์ เผยรายงานแนวโน้ม “ดิจิทัลไลฟ์” ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการประชุม INCLUSION Fintech จัดโดยแอนท์ กรุ๊ป

ครั้งแรกกับผลการศึกษาดัชนีดิจิทัลไลฟ์ของเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพ, 26 ตุลาคม 2563 – ดีลอยท์ (Deloitte) เปิดเผยรายงาน “คลื่นลูกใหม่” แนวโน้มดิจิทัลไลฟ์ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ <“The Next Wave” …