นูทานิคซ์ตอกย้ำความแข็งแกร่งความเป็นผู้นำตลาดด้วยนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์สำหรับ HCI

ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความปลอดภัยประสิทธิภาพล้ำหน้า ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้านระบบเครือข่ายและระบบอัตโนมัติที่ใช้ได้กับคลาวด์ทุกประเภท

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ณ งาน .NEXT ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-11 กันยายน 2563นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านคลาวด์คอมพิวติ้งระดับองค์กรประกาศเพิ่มขีดความสามารถใหม่ ๆ ครั้งสำคัญให้กับซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวิร์จ (HCI) ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยนำเสนอนวัตกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญต่อตลาดดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ ความพิเศษคือนวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เร็วขึ้นถึง 50%, มีระบบเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้ง (virtual networking) ที่ช่วยให้ใช้งานมัลติคลาวด์ง่ายขึ้น รวมถึงระบบการตรวจสอบความปลอดภัยแบบครบวงจร เพื่อรองรับกลยุทธ์ Zero-Trust ที่ทุกสิ่งต้องผ่านการตรวจสอบ พร้อมเพิ่มความสามารถต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติ และการจัดการงบประมาณให้กับทรัพยากรด้านคลาวด์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการขยายซอฟต์แวร์ HCI ของตนเองขึ้นไปยังพับลิคคลาวด์ นูทานิคซ์สร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานตลาด HCI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เข้าถึงระบบไอทีที่ทันสมัยอย่างแท้จริง

HCI กลายเป็นมาตรฐานในการขับเคลื่อนระบบไพรเวทคลาวด์ที่ทันสมัย การที่ซอฟต์แวร์ของนูทานิคซ์ได้รับการยอมรับจากลูกค้ากว่า 17,000 ราย และจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมชั้นนำในด้านความเรียบง่ายในการใช้งาน ความสามารถในการปรับขยาย ความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่เหนือชั้น เป็นการพิสูจน์ว่านูทานิคซ์เป็นผู้นำในตลาด HCI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยปราศจากข้อกังขาใด ๆ ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการระบุชื่อให้เป็นผู้นำในรายงาน The Forrester Wave™: Hyperconverged Infrastructure, Q3 2020 โดยได้รับการจัดให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำด้วยคะแนนสูงสุดจากทุกหมวดหมู่ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ กลยุทธ์ และบทบาทในตลาดในปัจจุบัน รายงาน The Forrester Wave ยังระบุว่า “นูทานิคซ์ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด HCI ได้ด้วยนวัตกรรม การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ยอดขายที่ต่อเนื่อง การร่วมมือกับพันธมิตร และการมีลูกค้าใหม่ ๆ จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและจากทุกภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแผนงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของนูทานิคซ์มีความชัดเจนและน่าทึ่ง”

การประกาศในครั้งนี้ได้เน้นให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนูทานิคซ์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้า และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในวงการอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป การเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ ๆ ให้กับ HCI ในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของนูทานิคซ์ได้รับประโยชน์ดังนี้

ประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้น 50%

การเพิ่มความสามารถให้กับสถาปัตยกรรม HCI ของนูทานิคซ์อีกครั้ง ช่วยให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดด้านการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย NVMe based SSDs และ Intel Optane SSDs
ค่าลาเทนซี่ที่ต่ำลงจะทำให้เวิร์กโหลด I/O ที่ต้องใช้การคำนวณจำนวนมาก เช่น ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และแอปพลิเคชั่นด้านเฮลธ์แคร์ขนาดใหญ่ทำงานได้เร็วขึ้นถึง 50% ความสามารถใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในครั้งนี้ยังรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการใช้เวอร์ชวลแมชชีนได้มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของการใช้แอปพลิเคชั่นทั้งหมด

Blockstore เป็นเทคโนโลยีใหม่ของนูทานิคซ์ ซึ่งเป็นสตอเรจที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้และมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบการจัดเก็บไฟล์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ HCI ของนูทานิคซ์ยังรองรับ Storage Performance Development Kit (SPDK) ซึ่งขณะนี้พร้อมให้ลูกค้าทดลองใช้ในลักษณะ technology preview ทั้งนี้ SPDK เป็นโอเพ่นซอร์สไลบรารี่ (open source library) ที่พัฒนาโดยอินเทลที่ช่วยให้แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ สามารถใช้ NVMe ได้โดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ระบบปฏิบัติงานอื่น หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากโปรแกรมที่ทำหน้าที่เชื่อมการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน (kernel-level overhead) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น การทำงานร่วมกันของ Blockstore และ SPDK จะช่วยเสริมคุณประโยชน์ของสถาปัตยกรรมที่ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined architecture) ของนูทานิคซ์ ช่วยให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทั้งด้านประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการทำงาน

นายคริส โทเบียส ผู้จัดการทั่วไป แผนก Optane Solutions ของอินเทล กล่าวว่า “ในการเปิดตัว Joint Innovation Lab เมื่อเร็ว ๆ นี้ เรากำลังร่วมมือกับนูทานิคซ์ในการผสานรวมเทคโนโลยีล่าสุดและดีที่สุดของอินเทลเข้ากับซอฟต์แวร์ สแต็คของนูทานิคซ์ นอกเหนือจาก Intel® Optane™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีลาเทนซี่ต่ำเป็นพิเศษ และเทคโนโลยี NVMe ซึ่งเป็นสตอเรจที่มีแบนด์วิดท์สูงจากอินเทลแล้ว ความสามารถต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพล้ำหน้าซึ่งนูทานิคซ์ประกาศเพิ่มเติมนี้ จะช่วยให้ลูกค้าของเราทั้งสองบริษัทได้ใช้โซลูชั่น HCI เพื่อรองรับแอปพลิเคชั่นที่ต้องใช้การคำนวณจำนวนมาก และช่วยให้พวกเขามีความพร้อมในการสร้างสรรค์และพัฒนาการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ

Zero-Trust Security ที่ไม่ยุ่งยาก

เพื่อคงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนานในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย นูทานิคซ์ได้เปิดตัว Flow Security Central ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ในลักษณะ software as a service (SaaS) ซึ่งช่วยในเรื่องของการทำ Compliance Monitoring, มองเห็นรูปแบบการเชื่อมต่อและความเคลื่อนไหวของเน็ตเวิร์ค และการดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัยบนสภาพแวดล้อมทั้งแบบไพรเวทและพับลิคคลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วยนูทานิคซ์

การใช้กลยุทธ์ Zero-Trust จำเป็นต้องมีการควบคุมนโยบายด้านเน็ตเวิร์คที่ละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงความสามารถในการติดตามตรวจสอบ และอัปเดตการควบคุมเหล่านั้นแบบเรียลไทม์  อย่างไรก็ดี องค์กรหลายแห่งยังคงเผชิญกับความยุ่งยากที่ไม่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ และการจัดการด้านความปลอดภัยให้เป็นหนึ่งเดียว Security Central จัดสรรศูนย์ (hub) สำหรับดำเนินการด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินระบบการรักษาความปลอดภัยโดยรวมของการใช้โซลูชั่นของนูทานิคซ์ได้อย่างง่ายดาย สามารถสร้างคำแนะนำอย่างละเอียดเพื่อนำพาสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้อยู่ในกฎระเบียบ และสามารถมองเห็นการทำงานของเน็ตเวิร์ค (network visibility) และบริบทที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของคลาวด์เน็ตเวิร์คและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างไม่ยุ่งยาก 

นอกจาก Security Central แล้ว นูทานิคซ์ยังเปิดเผยว่ากำลังพัฒนาความสามารถใหม่ด้านความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อเสริมแกร่งให้กับลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Zero-Trust ประกอบด้วยส่วนขยายไปยัง native key manager และ การเข้ารหัสข้อมูลของนูทานิคซ์ เพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่สะดวกและปลอดภัยให้กับการใช้งาน edge และ ROBO และยังประกอบด้วย AHV ที่รองรับการใช้งานกับ Virtualization-based Security (VBS) ของไมโครซอฟต์ และ Credential Guard ที่ช่วยปกป้อง Windows VDI เด็สก์ท็อปจากการโจมตีด้วยเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อนไปยังหน่วยความจำ  และล่าสุดนูทานิคซ์ได้เปิดตัว security certifications ใหม่ เช่น updated FIPS 140-2 ซึ่งเป็นงานประเมินความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ภาครัฐยอมรับ รวมถึงความสำเร็จในการทดสอบให้อยู่ใน DoDIN Approved Products List (APL) ของหน่วยการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (Department of Defense Information Network: DoDIN)

ลดความซับซ้อนในการใช้คลาวด์ด้วยเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้ง

นูทานิคซ์ประกาศว่ากำลังพัฒนาการเพิ่มขีดความสามารถใหม่ด้านเวอร์ชวลเน็ตเวิร์คกิ้งให้กับ Nutanix Flow ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในชุดซอฟต์แวร์ Nutanix HCI อยู่แล้ว  Flow Networking ทำงานอยู่บนโครงสร้างเวอร์ชวลไพรเวทคลาวด์ (virtual private cloud: VPC) ที่ผู้ให้บริการพับลิคคลาวด์รายใหญ่ใช้อยู่ จะช่วยลดความยุ่งยากของการสร้าง การแยก และการจัดการระบบเน็ตเวิร์คที่ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ในองค์กร และบนพับลิคคลาวด์ โดยจะช่วยลดความซับซ้อนของระบบเน็ตเวิร์คเมื่อจะใช้ไฮบริดและมัลติคลาวด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เทคโนโลยี VPC ใหม่นี้เป็นผลจากการที่นูทานิคซ์ลงทุนมานานหลายปีในการพัฒนา Nutanix Xi Cloud ที่สนับสนุนการทำงานให้กับโซลูชั่นด้านคลาวด์ของนูทานิคซ์ และเมื่อผสานรวมเข้ากับ AHV ซึ่งเป็นโซลูชั่นด้านเวอร์ชวลไลเซชั่นของบริษัทฯ แล้ว จะช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นในการเชื่อมต่อกันระหว่างคลาวด์ประเภทต่าง ๆ ในการรวมฟีเจอร์เครือข่ายระดับสูง และในการสนับสนุนการทำงานของทีม DevOps ผ่านระบบเน็ตเวิร์คที่คล่องตัว ซึ่งจะช่วยให้การจัดเตรียมแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ ไปยังทุกสภาพแวดล้อมเป็นไปอย่างอัตโนมัติและรวดเร็ว

Applications Insight และระบบอัตโนมัติ

นูทานิคซ์ยังได้ประกาศเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการการทำงานของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้บริการทีมงานด้านไอทีและนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้ดีขึ้น ผ่าน Prism Ultimate ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ของ Prism ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเข้าใจพฤติกรรมการทำงานของ Application และระบบอัตโนมัติที่ล้ำหน้ากับการแก้ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชั่น ทั้งยังช่วยให้มองเห็นความเคลื่อนไหวในการใช้ทรัพยากรไอทีด้านคลาวด์ เพื่อลดต้นทุนด้านไอที และการจัดทำงบประมาณได้เที่ยงตรงมากขึ้น Nutanix Prism ยังสามารถมอนิเตอร์สภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ใช้โซลูชั่นของนูทานิคซ์ได้ ซึ่งรวมถึงเวอร์ชวลไลเซชั่นสแต็คที่เป็นที่นิยมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของนูทานิคซ์สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ทั้งหมด รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิมได้จากหน้าจอเดียว

นายราจีฟ มิรานี ประธานฝ่ายไอทีของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “วิศวกรและสถาปนิกของเรากำลังสร้างรากฐาน ให้กับสถาปัตยกรรมไฮบริด เพื่อใช้งานแอปพลิเคชั่น และจัดการกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปัจจุบันเพราะระบบไอทีกำลังเข้ามามีบทบาทด้านกลยุทธ์มากขึ้น  และเพื่อเป็นการช่วยลูกค้าของเราปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการดำเนินงานแบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ นูทานิคซ์จึงได้ลงทุนครั้งสำคัญในการวิจัยและพัฒนากลุ่มซอฟต์แวร์หลักของเราให้ล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น  ความสามารถใหม่เหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับซอฟต์แวร์ของเรา ทั้งในด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ช่วยขยายการทำงานข้ามเน็ตเวิร์ค การรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพการทำงาน และระบบอัตโนมัติ”

ความสามารถใหม่ด้านเน็ตเวิร์คที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ใน Nutanix Flow ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

###

About naruethai

Check Also

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส พร้อมส่งวัคซีนโควิด-19 ให้ทั่วโลก เผยเบื้องหลังการทำงานในระบบซัพพลายเชน ผ่านรายงานการศึกษาจาก แมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี

การขนส่งวัคซีนกว่า 1 หมื่นล้านโดสทั่วโลกต้องอาศัยซัพพลายเชนที่ขยายขอบเขตการบริการเพื่อการแพทย์โดยเฉพาะรายงานจากดีเอชแอลระบุความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ในช่วงโควิด-19 แนะนำกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตฉุกเฉินด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตนอกเหนือจากโควิด-19  กรุงเทพฯ, 5 ตุลาคม 2563 – ดีเอชแอล ผู้ให้บริการขนส่งระดับโลก ร่วมมือกับแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี พันธมิตรด้านการวิเคราะห์ เผยแพร่รายงานเรื่องการจัดการการขนส่งวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 และรับมือวิกฤตด้านภัยสุขภาพในอนาคต โดยจากการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 …

บริษัทวิจัยอิสระชี้ Huawei CloudEngine ครองตำแหน่งผู้นำสวิตช์ศูนย์ข้อมูล

[เซินเจิ้น, ประเทศจีน, 30 กันยายน พ.ศ. 2563] – หัวเว่ย ระบุว่าในรายงาน The Forrester WaveTM : Open, Programmable …