AMD ประกาศความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ ด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ และกราฟิกการ์ด Radeon™ Instinct พร้อมเปิดใช้งานซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan  ณ ศูนย์วิจัยแห่งชาติ Lawrence Livermore ที่ก้าวข้ามการประมวลผลระดับ 2 Exaflop

  • ด้วยความร่วมมือกับ HPE มีเป้าหมายเพื่อความเป็นผู้นำในการประมวลผล HPC และ AI จะเริ่มใช้งานในปี 2566
  • ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ด AMD ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นแห่งที่ 2 ที่ใช้งานอยู่ในสหรัฐอเมริกา และได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุด 200 อันดับแรกในปัจจุบัน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 6 มีนาคม 2563AMD (NASDAQ: AMD) ร่วมมือกับศูนย์วิจัยแห่งชาติ Lawrence Livermore National Laboratory (LLNL) และ HPE ประกาศว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan ขนาดประมวลผลขนาด Exascale ตั้งอยู่ ณ ศูนย์วิจัยแห่งชาติ Lawrence Livermore ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™, กราฟิกการ์ด AMD Radeon™ Instinct และโอเพ่นซอร์ส AMD ROCm ในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการประมวลผล

ทั้งนี้ คาดว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan จะเริ่มใช้งานในปี 2566 พร้อมทั้งได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยประสิทธิภาพในการประมวลผลแบบ Double-Precision มากกว่า 2 Exaflop ด้วยประสิทธิภาพในการประมวลผลที่กำหนดไว้นี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานด้านการบริหารความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ National Nuclear Security Administration (NNSA) ในภารกิจด้านการรับรองความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นในการจัดการนิวเคลียร์ของประเทศ

โดยโหนดที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้วยผลิตภัณฑ์ของ AMD จะได้รับการปรับปรุงให้สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผลปริมาณงานของปัญญาประดิษฐ๋ (Artificial Intelligence หรือ AI) และ งานด้านMachine Learning หรือ ML เพื่อทำให้สามารถนำ AI และ ML มาใช้งานในการทำวิจัย กระบวนการในการประมวลผล และการวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ต่อพันธกิจของ NNSA

นายฟอเรสต์ นอร็อด รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Datacenter และ Embedded Systems บริษัท AMD กล่าวว่า “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan จะผลักดันความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการประมวลผลรูปแบบ HPC และ AI ที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์ AMD EPYC และกราฟิกการ์ด AMD Radeon Instinct รุ่นต่อไป ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งของเราในด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูง และการเพิ่มความสามารถด้านการประมวลผลข้อมูลแบบเชื่อมโยง Transformative Coherency ทำให้ AMD กำลังเปิดใช้งานคอมมิวนิตี้ NNSA Tri-Lab – LLNL และศูนย์วิจัยแห่งชาติ Los Alamos และ Sandia เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ และสนับสนุนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรม เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากในการทำงานที่ยอดเยี่ยมร่วมกับ HPE และ NNSA และหวังว่าจะส่งมอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกได้สำเร็จในช่วงต้นปี 2566”

เทคโนโลยี AMD ที่เข้ามาขับเคลื่อนประสิทธิภาพซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan

AMD นำประสบการณ์จากอุตสาหกรรมการประมวลประสิทธิภาพสูง และการพัฒนาโปรเซสเซอร์ และกราฟิกการ์ดรุ่นปัจจุบันมาใช้ในการพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan ซึ่งจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้งานง่าย

เทคโนโลยี AMD ในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan ประกอบด้วย 

  • โปรเซสเซอร์ AMD EPYC รุ่นใหม่ โค้ดเนมว่า “Genoa” ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม “Zen 4” โดยโปรเซสเซอร์จะรองรับหน่วยความจำ และระบบ I/O รุ่นต่อไป สำหรับเวิร์คโหลด AI และ HPC
  • กราฟิกการ์ด AMD Radeon Instinct รุ่นใหม่ที่อิงตามสถาปัตยกรรมที่ได้รับการพัฒนาใหม่ สำหรับการประมวลผลเวิร์คโหลดอย่าง HPC และ AI โดยกราฟิกการ์ดนี้จะใช้หน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูงรุ่นใหม่ และได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรียนรู้ให้มากที่สุด
  • สถาปัตยกรรมรุ่น 3 3rd Gen AMD Infinity ให้แบนด์วิดธ์สูง และความหน่วงต่ำระหว่างการเชื่อมต่อของกราฟิกการ์ด Radeon Instinct จำนวน 4 ตัว และโปรเซสเซอร์ AMD EPYC จำนวน 1 ตัว ที่ประกอบอยู่ในแต่ละโหนดของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ El Capitan ด้วยสถาปัตยกรรม 3rd Gen AMD Infinity ยังช่วยเรื่องการเข้าถึงหน่วยความจำของโปรเซสเซอร์ และกราฟิกการ์ดจะทำให้โปรแกรมเมอร์เข้าถึงการประมวลผลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • โอเพ่นซอร์สที่ได้รับการพัฒนาอย่าง ROCm ในเวอร์ชั่นใหม่นี้มีความหลากหลายในการทำงาน ได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันกับโปรเซสเซอร์ และกราฟิการ์ดของ AMD ช่วยปลดล็อคประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด

นายบิล โกลด์สตีน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่งชาติ Lawrence Livermore กล่าวว่า “ด้วยการขับเคลื่อนประสิทธิภาพในการประมวลผลด้วยเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์ และกราฟิกการ์ดขั้นสูงของ AMD ทำให้เราได้รับประสิทธิภาพในการประมวลผลในแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งจะเข้ามาช่วยอเมริกาในการรักษาตำแหน่งในระดับโลกด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูง และเป็นตัวอย่างที่ดีของความมุ่งมั่นที่จะบำรุงรักษาระบบต่อต้านนิวเคลียร์ของประเทศ การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาล และภาคอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศได้”

นายปีเตอร์ อันกาโร รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป, HPC and Mission Critical Solutions (MCS) ของ HPE กล่าวว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ AMD นำสถาปัตยกรรม HPE’s Cray Shasta ใช้งานร่วมกับโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ และกราฟิกการ์ด AMD Radeon™ Instinct นำเสนอความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในการให้การสนับสนุน พันธกิจสำคัญด้าน HPC และ AI ให้กับศูนย์วิจัยแห่งชาติ Lawrence Livermore” และเสริมว่า “ปีที่แล้วเราได้รับคัดเลือกจากสามหน่วยงานในสหรัฐฯ เพื่อการใช้งานระบบประมวลผลระดับ Exascale รวมถึง The U.S. Department of Energy’s Frontier at Oak Ridge National Laboratory (กระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยแห่งชาติ Oak Ridge) ด้วยระบบ HPE และเทคโนโลยี รวมถึงโปรเซสเซอร์ AMD และกราฟิกการ์ด ได้กลายมาเป็นโซลูชั่นที่มีความโดดเด่นเหมาะประสิทธิภาพระดับสูงและการประมวลผลระดับ Exascale และรอคอยที่จะสืบสานความร่วมมือกันต่อไปเพื่อการรังสรรค์ความแข็งแกร่งให้กับนวัตกรรมต่อไป

###

About naruethai

Check Also

ซีซาร์ เซอร์นูด้า นั่งแท่นประธานผู้บริหารเน็ตแอพ

จากอดีตผู้บริหารไมโครซอฟท์สู่ภารกิจผู้นำในการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการตลาดของเน็ตแอพ กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 14 พฤษภาคม 2563 –  เน็ตแอพ (NASDAQ: NTAP), ผู้นำด้านบริการข้อมูลบนคลาวด์ ประกาศแต่งตั้ง นาย ซีซาร์ …

พนักงานฟูจิตสึรับเหรียญรางวัลเชิดชูเกียรติในงาน 2020 Spring Conferment สำหรับการคิดค้นเทคโนโลยีในซูเปอร์คอมพิวเตอร์

ประเทศไทย, 12 พฤษภาคม  2563 : ฟูจิตสึเปิดเผยว่า ยูอิชิโระ เอจิมะ พนักงานของบริษัทฟูจิตสึ ได้รับเหรียญรางวัลเชิดชูเกียรติ Medal with Purple Ribbon ในงาน …