รายงาน CES 2020 Survey โดย CITE Research/Dassault Systèmes เผยผู้บริโภคมองหาสินค้าและบริการที่ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล แต่ไม่พร้อมเสียเวลาคอย หากแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ไม่ตอบโจทย์ และต้องคุ้มค่ากับข้อมูลส่วนตัวที่แลกไป

  • แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ร่วมกับ CITE Research สำรวจผู้บริโภคในสหรัฐฯ จีน และฝรั่งเศส 3,000 ราย ในประเด็นเกี่ยวกับความต้องการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ออกแบบมาตรงตามรสนิยมส่วนบุคคลของกลุ่มสินค้าเฮลท์แคร์ โมบิลิตี้ ค้าปลีก และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในบ้านและในเมือง
  • ผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถามอยากใช้สินค้าและบริการเฮลธ์แคร์ที่ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (personalization) มากที่สุดและต้องการให้ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์หรือเรียกกันว่าเอไอ (Artificial Intelligence) 5G และผู้ช่วยอัจฉริยะภายในบ้าน
  • ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเฉลี่ยมากขึ้น 25.3% หากสินค้าและบริการนั้นตรงกับความชอบส่วนบุคคล แต่ในทางกลับกันก็ยังคงคาดหวังถึงการประหยัดทรัพยากร
  • คนในเจนเนอเรชั่น X (Generation X), เจนเนอเรชั่นมิลเลนเนียล (Millennials) และ เจนเนอเรชั่น Z (Generation Z) ยินดีจ่ายเงินและแชร์ข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็นต่อการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล แต่แบรนด์ต้องสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเรื่องเวลา และผลประโยชน์ทางการเงิน

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ เผย ผู้บริโภควัยรุ่นเป็นกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการ ไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังยินดีจ่ายเงินและแบ่งปันข้อมูลของพวกเขาเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ ผลการศึกษาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัทวิจัยอิสระ CITE Research สำรวจประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และฝรั่งเศส

ผลการศึกษาครั้งนี้เผยให้เห็นว่า ความแตกต่างของคนแต่ละเจนเนอเรชั่น พื้นเพของคนแต่ละภูมิภาค และความสามารถในการปรับใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับมุมมองรสนิยมส่วนตัวของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าและบริการกลุ่มโมบิลิตี้ เฮลธ์แคร์ ค้าปลีก  และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในบ้านและเมือง รวมทั้งวิธีการให้นิยามของการออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละคน และปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม อีกมุมมองหนึ่งที่ได้เห็นจากรายงานนี้คือ ผู้บริโภคเกือบทุกคนให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าและบริการกลุ่มเฮลธ์แคร์และความปลอดภัยส่วนบุคคล พร้อมทั้งแบ่งปันปัญหาที่เกิดขึ้นต่อวิธีการรวบรวมและจัดการข้อมูลส่วนตัวของพวกเขา เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้

ผลจากการสำรวจมีดังต่อไปนี้:

  • ผู้บริโภคต้องการสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล แต่ไม่พร้อมเสียเวลาคอย 83% ของผู้บริโภคคาดว่าสินค้าหรือบริการจะสามารถปรับให้เข้ากับการตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเพียง 21% เท่านั้นที่จะพร้อมคอยเกินสี่วันในการส่งมอบสินค้าหรือบริการที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
  • ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 25.3% สำหรับสินค้าและบริการที่ออกแบบตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ในทางกลับกัน พวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับสิ่งตอบแทนในรูปแบบของการประหยัดค่าใช้จ่ายลง 25.6% สำหรับการให้ข้อมูลของพวกเขา พวกเขายินดีมากกว่าที่จะจ่ายเพื่อเฮลธ์แคร์ที่ออกแบบตอบโจทย์เฉพาะบุคคล แต่ยินดีน้อยกว่าที่จะจ่ายสำหรับสินค้าและบริการในด้านค้าปลีก
  • อุตสาหกรรมมีโอกาสกำหนดแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างชัดเจน ผู้บริโภคเข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลแตกต่างกันไป โดยพบว่า กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำหนดว่าเป็นสินค้าและบริการที่พวกเขากำหนดได้เองก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ และ 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าเป็นสินค้าและบริการที่พวกเขากำหนดในรายการซื้อได้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับสินค้าและบริการที่พัฒนามาจากข้อมูลส่วนบุคคล 
  • ผู้บริโภคมีความสนใจมากที่สุดในสินค้าและบริการตอบโจทย์เฉพาะบุคคลที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น แผนสุขภาพโดยอิงตามพฤติกรรมของแต่ละบุคคลและระบบเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การหกล้ม
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลคือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเช่นเดียวกัน เช่น สินค้าและบริการที่แจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายในบ้าน แจ้งเตือนอาชญากรรมตามจุดที่ผู้บริโภคอยู่และส่งตำแหน่งไปยังตำรวจในช่วงเวลาที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อความความปลอดภัย
  • 96% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังพุ่งประเด็นความกังวลไปที่ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินยอมที่จะแบ่งปันข้อมูลเพื่อแลกกับการได้ใช้สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้งานของตนเอง โดยหกในสิบของผู้ตอบแบบสอบถามเต็มใจที่จะแบ่งปันเฉพาะข้อมูลที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 88% จะหยุดใช้บริการนั้นถ้าไม่มั่นใจถึงวิธีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และ 68% จากผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่าความต้องการใช้สินค้าและบริการจะนำไปสู่การปกป้องข้อมูล
  • เอไอ 5G และผู้ช่วยอัจฉริยะภายในบ้าน มีความจำเป็นต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณครึ่งหนึ่ง มองว่าการพัฒนา 5G เพื่อออกแบบสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลจำเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจเฮลธ์แคร์มากที่สุดรองจาก ธุรกิจค้าปลีก
  • คนต่างเจนเนอเรชั่นมีความคาดหวังต่อการตอบโจทย์เฉพาะบุคคลที่แตกต่างกันไป กลุ่มเจเนอเรชั่น X กลุ่มมิลเลนเนียล และชาวเจนเนอเรชั่น Z ยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลเพื่อการตอบโจทย์เฉพาะบุคคลที่ดียิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเห็นด้วยต่อความปลอดภัยส่วนบุคคล เวลา และความคุ้มค่าของเงินที่ได้รับ มากกว่ากลุ่มเบบี้บูมเมอร์ และกลุ่มไซเลน เจนเนอรชั่น (รุ่นคุณตาคุณยาย) โดยคนกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ราว 6% ให้ความสนใจกับสินค้าและบริการเฮลธ์แคร์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการส่วนบุคคล 24% ของเจนเนอเรชั่น Z สนใจเกี่ยวกับโมบิลิตี้ ขณะที่ 21% ของชาวมิลเลนเนียลสนใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม
  • ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบการตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากกว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันและฝรั่งเศส แต่ชาวอเมริกันกลับมีความคาดหวังสูงสุด ผู้บริโภคชาวอเมริกันส่วนใหญ่คาดว่าสินค้าและบริการที่ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลจะกลายเป็นเรื่องปกติในปี 2030 และยินดีที่จะซื้อสินค้าและบริการดังกล่าว

ฟลอเรนซ์ เวอร์เซเลนซ์ รองประธานบริหารฝ่ายโซลูชั่นเพื่ออุตสาหกรรม การตลาด และกิจการระหว่างประเทศ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ในการตอบโจทย์แต่ละบุคคลแตกต่างกันไป โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ดังนั้นโซลูชั่นสำหรับผู้ผลิตในการลงทุนผลิตสินค้าและบริการจำพวกนี้คือการรวบรวม วิเคราะห์ และปรับเปลี่ยนข้อมูล พร้อมคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวทางข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนด้วย ซึ่งแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE สามารถช่วยให้ผู้ผลิตบรรลุเป้าหมายข้อนี้ได้ ตั้งแต่การคิดค้น ออกแบบ สร้างนวัตกรรมและผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์แต่ละบุคคลได้อย่างสูงในแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด”

คุณสามารถติดต่อ แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ผ่านช่องทาง Twitter Facebook LinkedIn YouTube  

###

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการศึกษา:

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ร่วมกับ บริษัทวิจัยอิสระ CITE Research จัดทำแบบสำรวจออนไลน์กับผู้บริโภคที่บรรลุนิติภาวะ 3,000 คน ที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2562 สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือรายงานฉบับเต็ม กรุณาติดต่อ Suzanne Moran ที่ suzanne.moran@3ds.com

เกี่ยวกับแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ (Dassault Systèmes)

แดสสอล์ท ซิสเต็มส์ คือบริษัท 3DEXPERIENCE ที่นำเสนอโลกเสมือนจริงให้แก่ผู้คนและองค์กรธุรกิจ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยโซลูชั่นระดับชั้นนำของโลกที่เปลี่ยนแปลงแนวทางการออกแบบ ผลิต และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ โซลูชั่นการประสานงานร่วมกันของแดสสอล์ท ซิสเต็มส์ ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคม ขยายความเป็นไปได้สำหรับโลกเสมือนจริงเพื่อปรับปรุงโลกแห่งความเป็นจริง บริษัทฯ มอบคุณค่าให้แก่ ลูกค้าองค์กรทุกขนาดกว่า 250,000 รายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมในกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.3ds.com

About naruethai

Check Also

บทบาทของ Fintech ที่มีส่วนช่วยสร้างระบบการเงินโลกที่ยั่งยืน

การแพร่ระบาดทั่วโลกของไวรัส โควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการเงินและกระตุ้นให้เกิดการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนกลายเป็นกระแสใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 15% ในปีนี้เพียงปีเดียว เนื่องจากผู้บริโภคมองหาโซลูชันการชำระเงินที่รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากขึ้น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีฟินเทค (fintech) จึงมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำการเงินระดับโลกที่มุ่งเน้นการเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

ดีลอยท์ เผยรายงานแนวโน้ม “ดิจิทัลไลฟ์” ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการประชุม INCLUSION Fintech จัดโดยแอนท์ กรุ๊ป

ครั้งแรกกับผลการศึกษาดัชนีดิจิทัลไลฟ์ของเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงเทพ, 26 ตุลาคม 2563 – ดีลอยท์ (Deloitte) เปิดเผยรายงาน “คลื่นลูกใหม่” แนวโน้มดิจิทัลไลฟ์ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ <“The Next Wave” …