หัวเว่ยชี้ปีหน้าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของไทย พร้อมดึง 5G Cloud และ AI หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล

[20 ธันวาคม 2562, กรุงเทพฯประเทศไทย] ปฏิเสธไม่ได้ว่าวินาทีนี้ทั่วโลกกำลังจับตามองการมาถึงของ 5G ที่คาดการณ์กันว่าจะปฏิวัติโลกของเราในทุกๆ ด้าน นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้าร่วมการบรรยายในงานสัมมนา “5G The New Beginning พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย”  ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดยนายอาเบล ยืนยันว่าเทคโนโลยี 5G จะสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมทั้งหมด อีกทั้งเน้นย้ำว่า 5G จะสำเร็จได้ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ อุตสาหกรรม และประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ

ที่ผ่านมาวิวัฒนาการของเทคโนโลยีใช้เวลานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ 2G มาจนถึง 4G แต่การมาถึงของเทคโนโลยีไอซีทีใหม่ๆ ตั้งแต่เทคโนโลยี AI Cloud และ 5G นั้นเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นหลายเท่า และจะมีบทบาททั้งด้านการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน การตัดสินใจขององค์กรธุรกิจ ไปจนถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศ “เรามองว่าปี 2020 จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมไอซีทีในประเทศไทย เพราะเทคโนโลยี 5G กำลังจะมา และจะมีการใช้งานในเชิงพาณิชย์ในปีหน้า” นายอาเบล เติ้ง กล่าว พร้อมกับแสดงวิสัยทัศน์ใหม่ “Digital Vision” ว่าในอนาคต เรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกัน ทุกอุปกรณ์จะเชื่อมโยงและสื่อสารกันผ่านระบบเซนเซอร์ และทุกสิ่งจะก้าวเข้าสู่ความเป็นอัจฉริยะ 

สำหรับประเทศไทย หัวเว่ยจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนำ 5G เข้ามาช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือทั้ง 3 ด้าน คือ

  • ภาครัฐ: ส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการมาตรการภาษี การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไอซีที และการสนับสนุนทางด้านกฎหมายที่เอื้อต่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน 5G
  • ภาคอุตสาหกรรม: ร่วมมือกันสนับสนุนการลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอีโคซิสเต็มให้รองรับ 5G ซึ่งจะช่วยเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ
  • ภาคประชาชน: ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ เช่น 5G Cloud และ AI ซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำรงชีวิต เช่น ธุรกิจค้าปลีกอัจฉริยะ การแพทย์อัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ

นายอาเบล เติ้ง ยังได้เผยการคาดการณ์ว่า 5G สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับโลก มูลค่ากว่า 12.4 ล้านล้านดอลลาร์ และสร้างอาชีพใหม่กว่า 20 ล้านอาชีพภายในปี 2025 และชี้ว่าปัจจุบันเมืองสำคัญหลายแห่งทั่วโลกได้นำเทคโนโลยี 5G มาใช้แล้ว เช่น กรุงลอนดอน ซูริค กรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หางโจว มิลาน กรุงเบอร์ลิน โดฮา บาร์เซโลนา โดยมีโอเปอเรเตอร์กว่า 60 ราย จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกที่เปิดตัวการใช้ 5G ในเชิงพาณิชย์ 

อุตสาหกรรมหลักที่เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทอย่างแน่นอน คือ การขนส่งเดินทาง ภาคการผลิต อุตสาหกรรมเกม และโลจิสติกส์ ตัวอย่างกรณีการใช้งานจริงในประเทศต่างๆ ยังสร้างความเป็นไปได้ในหลากหลายด้าน ในเกาหลีใต้มีผู้ใช้งาน 5G เพิ่มมากขึ้นเป็น 3.5 ล้านราย ภายใน 6 เดือน โดยส่วนใหญ่ใช้ใน VR/AR ที่มอบประสบการณ์เสมือนจริงที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในขณะเดียวกัน หัวเว่ยได้ร่วมมือกับโทรคมนาคมในประเทศจีน นำเทคโนโลยี 5G เข้ามายกระดับการขนส่งในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบรถบรรทุกไร้คนขับแทนรถบรรทุกทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เร็วยิ่งขึ้น

ในช่วงท้ายของการบรรยาย นายอาเบล เติ้ง ยังย้ำว่า 5G ได้มาถึงแล้วในวันนี้ ที่สำคัญ 5G ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก 4G เท่านั้น แต่เป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง และถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องเปลี่ยนวิธีคิด แล้วร่วมมือกันผลักดันประเทศไทยสู่โลกดิจิทัล นำนวัตกรรมด้านดิจิทัลมาสู่ทุกคน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร และพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่จะตามมา 

###

เกี่ยวกับหัวเว่ย 

หัวเว่ย (Huawei) เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และอุปกรณ์อัจฉริยะ ด้วยโซลูชั่นแบบครบวงจรในโดเมนหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เครือข่ายโทรคมนาคม ไอที สมาร์ทดีไวซ์และบริการคลาวด์ เรามุ่งมั่นที่จะนำระบบดิจิทัลไปสู่ทุกคน ทุกบ้านและทุกองค์กรเพื่อเชื่อมต่อกับโลกแห่งความล้ำสมัยด้านสติปัญญา  

ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยมีศักยภาพด้านการแข่งขัน และปลอดภัย จากการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบเครือข่าย หัวเว่ยสามารถสร้างสรรค์คุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมประสิทธิภาพให้กับผู้คน ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบ 

หัวเว่ยยังให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเราได้ทุ่มงบประมาณให้กับการวิจัยและพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า ปัจจุบัน หัวเว่ยมีจำนวนพนักงานมากกว่า 180,000 คน ดำเนินธุรกิจใน 170 ประเทศทั่วโลก ซึ่งบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 

About naruethai

Check Also

ทศวรรษนี้เป็นทศวรรษของ Edge

แนวโน้มที่ขับเคลื่อนมุมมองของธุรกิจในเอเชียในแง่ของการคิด การใช้งาน และใช้ประโยชน์จากข้อมูล บทความโดย แมตต์ ยัง รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นตัวขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียให้โดดเด่นในทศวรรษนี้ แต่หากเอเชียยังคงต้องการเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อการค้าโลกมากที่สุด และคงสถานะเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 สิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนในภูมิภาคนี้จะต้องตระหนักคือต้องทำอย่างไรให้มั่นใจว่าจะยังอยู่ในสถานะเป็นผู้ริเริ่มและเป็นผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยี แล้วแนวโน้มที่จะเป็นตัวกำหนดสถานะของเอเชียในทศวรรษนี้มีอะไรบ้าง

เอไอเอส จัดมาตรการขั้นสูงสุดรับมือการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 พร้อมเน้นย้ำบุคลากร, พาร์ทเนอร์ ดูแลสุขภาพ ป้องกันการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวม

28 กุมภาพันธ์ 2563 : นางสาววราลี จิรชัยศรี หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส …